4 ขั้นตอน ดูแลคราบน้ำ หลังฝนตก ทำยังไงดี?

คราบน้ำบนรถยนต์หลังฝนตกในช่วงฤดูฝนแบบนี้  น้ำฝนถือเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้สีรถเกิดความเสียหายได้ง่าย ทั้งนี้เนื่องจากน้ำฝนได้ชะล้างสิ่งสกปรกที่เจือปนในอากาศลงมาโดนรถเรา ทั้งฝุ่นละออง ยิ่งฝนในเขตเมืองที่มีโรงงานอุตสาหกรรมก็จะมีสารเคมีเจือปนลงมาด้วย เกิดเป็นฝนกรด ที่ทำให้เกิดรอยคราบน้ำ และมีฤทธิ์กัดกร่อนสีรถของเราให้เกิดคราบ ทำให้สีรถหม่นหมอง ไม่เงางาม เก่าเร็ว ถ้าไม่รีบล้างทำความสะอาดฝนกรดอาจกัดสีรถได้ รวมถึงยังเป็นสาเหตุให้ตัวถังเกิดสนิมได้เร็วยิ่งขึ้นด้วย ก่อให้เกิดปัญหาให้กับรถยนต์ของคุณได้เหมือนกัน ยิ่งปล่อยไว้นานก็ยิ่งไม่ดีกับรถของคุณ จนเกิดเป็นรอยด่าง  ซึ่งมันจะส่งผลกระทบต่อความเงางามของสีรถคุณได้อย่างร้ายแรงเลยทีเดียว การดูแลแบบครบขั้นตอน จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด จึงมีวิธีการในการดูแลรถยนต์หลังฝนตกมานำเสนอกันครับ

https://www.magicgold.co.th/product/%e0%b8%9c%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c/
4 ขั้นตอน ดูแลรถยนต์ คราบน้ำหลังฝนตก

ปัญหาที่เกิดหลังฝนตกจนเป็นรอยคราบน้ำมีอะไรบ้าง???

  • ส่งผลต่อความสวยงาม ทำให้ดูไม่น่ามอง
  • ส่งผลต่อพื้นผิวสีรถยนต์ ทำให้เกิดรอย
  • มีคราบฝังแน่น จนเห็นรอยได้ชัดเจน

เพื่อป้องกันไม่ให้สีรถรอยหรือสนิมเสื่อมสภาพก่อนอายุการใช้งาน มีอะไรบ้าง?

ขั้นตอนที่ 1 : เลือกแชมพูล้างรถยนต์ที่มีคุณภาพดี มีpH เท่ากับ7 หรือที่เรียกว่า เป็นกลาง
ขั้นตอนที่ 2 : ไม่ควรล้างรถยนต์กลางแดด
ขั้นตอนที่ 3 : ในระหว่างที่ล้างแชมพูบนพื้นผิวรถยนต์เสร็จ อย่ารอจนฟองแชมพูแห้งติดรถ  ให้ฉีดน้ำล้างฟองแชมพูออกให้สะอาดทันที
ขั้นตอนที่ 4 : เมื่อฉีดน้ำล้างฟองออกหมดแล้วให้รีบเช็ดด้วยผ้าแห้งที่สะอาดและซับน้ำทันที  อย่าให้น้ำแห้งเอง เพราะอาจเกิดคราบน้ำได้อีก ตัวอย่างผ้าที่ซับน้ำ เช่น ผ้าไมโครไฟเบอร์หรือผ้าชามัวร์ เป็นต้น

เนื่องจากเป็นผ้าเนื้อนุ่มละเอียด เวลาใช้งานจึงช่วยป้องกันไม่ทำให้เกิดริ้วรอยขีดข่วนผิวสีรถ เป็นการปกป้องพื้นผิวสีรถยนต์เพิ่มได้อีกทางหนึ่ง

***หากไม่ทันแล้ว ตอนนี้รถ มีแต่รอยเกิดขึ้น แล้วทีนี้จะให้ทำยังไงล่ะ?

ทุกปัญหาย่อมมีทางแก้ ก่อนอื่นถ้ารถยนต์เกิดคราบน้ำแล้ว วิธีแก้คือ

  • ให้ใช้น้ำยาขัดสีรถยนต์ในกรณีที่เกิดริ้วรอยไม่เป็นคราบฝั่งลึกจนเกินไป หรือ ใช้น้ำยาขจัดคราบขนแมวขจัดคราบในกรณีเป็นคราบฝังลึกติดแน่น
  • ถูด้วยฟองน้ำวนเป็นก้นหอย รอใกล้ๆน้ำยาแห้ง แล้วเช็ดออกแต่อาจจะต้องใช้เวลามาก และ ต้องออกแรงเยอะนิดนึง

ดังนั้นเบื้องต้นขั้นตอนที่กล่าวมาข้างต้น จึงเป็นวิธีป้องกันก่อนที่จะเกิดคราบโดยปกป้องพื้นผิวรถยนต์ที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งแล้ว

แค่นี้รถก็จะใสไม่มีรอยคราบน้ำเกิดขึ้นแล้ว แต่ถ้าหากเกิดปัญหาที่ซับซ้อนไม่สามารถแก้ไขโดยการขัดได้เอง ควรเข้าคาร์แคร์ที่มีเครี่องขัดสีขัดแทนแรงมือ

ทั้งนี้เนื่องจากต้องใช้แรงขัดมากกว่าปกติในการช่วยขัดให้รอยที่เกิดขึ้นบนสีรถให้จางลงไปครับ แต่การป้องกันคราบน้ำในระยะยาว อาจเลือกใช้วิธีการเคลือบแก้วสีรถ ซึ่งช่วยลดปัญหาการเกาะตัวของคราบน้ำ และเวลาล้างรถสามารถเช็ดให้แห้งได้ง่ายขึ้น ฝนตกน้ำฝนก็เกาะรถน้อยลง ลดปัญหาได้เยอะมากๆครับ

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้